วันจันทร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

กิจกรรมที่ 3



การชั้นเรียนของครู ยุคศตวรรษที่ 21
 1.การจัดการเรียนการสอน จัดชั้นเรียน เตรียมการสอน ในยุคศตวรรษที่ 21 กับยุคก่อนศตวรรษที่ 21  เปรียบเทียบกันแตกต่างกันอย่างไร
ตอบ         การจัดการเรียนการสอน   ในยุคก่อนศตวรรษที่ 21 เป็นการเตรียมตัวเพื่อชีวิต ดังนั้นเมื่อถึงระยะหนึ่ง  การเรียนรู้ก็จะสิ้นสุดลงเพื่อการเริ่มต้นของชีวิตส่วนใหญ่เกิดขึ้นในโรงเรียน โดยจะมีผู้ที่มีความเชี่ยวชาญพิเศษ การเรียนรู้จะเกิดในโรงเรียนเป็นส่วนใหญ่  ซึ่งจะเป็นความรู้แบบท่องจำ ไม่สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง  เป็นการเรียนรู้ที่มีการสิ้นสุด  มีผู้ถ่ายทอดความรู้มาให้ และโรงเรียนต้องเป็นผู้กล่อมเกลามนุษย์ให้เป็นคนดี
ส่วนในยุคศตวรรษที่ 21 การเรียนรู้คือชีวิต เพราะมนุษย์เป็นสัตว์ที่ต้องเรียนรู้ (learning animal) และตราบที่ยังมีชีวิตอยู่ มนุษย์จึงต้องเรียนรู้ไปด้วย  โดยสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง คนเรามีความจำไม่เท่ากันการเรียนรู้จึงไม่เน้นความจำ  การเรียนรู้เป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิต  ตนเองเป็นส่วนสำคัญที่สุดในการเรียนรู้
2.ครูผู้สอนจะต้องเตรียมตัวอย่างไรในอนาคตที่ท่านจะเป็นครูยุดต่อไปข้างหน้า ให้สรุปตามแนวคิดของนักศึกษา
ตอบ      แนวการจัดการเรียนรู้ ในอนาคตครูจะต้องมีความรู้ที่หลากหลายไม่ใช่เก่งเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แต่ต้องเก่งทุกเรื่อง  ครูจะต้องทันข่าวสาร  และจะต้องรู้จักใช้แหล่งเรียนรู้ให้เกิดประโยชน์กับตนเองและนักเรียนเสมอ ครูผู้สอนจะต้องเตรียมตัวอยู่ตลอดเวลา และเป็นคุณครูที่ควรให้คำปรึกษาเด็กได้ มีบุคลิกภาพที่ดี  และที่สำคัญในปัจจุบันนักเรียนจะต้องเป็นคนที่ทันสมัย ทันโลก ในการใช้เทคโนโลยีเพราะเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทเป็นอย่างมากในการใช้ชีวิตประจำวัน

                                                 

กิจกรรมที่ 2


บทที่ 1
มโนทัศน์เกี่ยวกับการบริหารการศึกษา
การบริหารนับตั้งแต่สมัยโรมันโดยกลุ่มนักรัฐประศาสนศาสตร์เริ่มใช้เมื่ออาณาจักรโรมันล่มสลาย ให้คำจำกัดความคำว่า บริหารว่า หมายถึง การจัดการหือการควบคุมกิจการต่าง เช่น การบริหารการเงินของมูลนิธิ  การบริหารกิจการภาษี  การบริหารงานของรัฐ หมายถึง การบริหารหรือการจัดการหรือดำเนินการในด้านรายละเอียดแบบแผน  ส่วนการบริหารนั้น  หมายถึง การปฏิบัติการต่างๆตามนโยบายที่วางไว้โดยเหตุนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายการเมืองจึงเข้าควบคุมฝ่ายบริหารและเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารก็มีอิทธิพลต่อฝ่ายการเมืองการ            บริหารการศึกษา    หมายถึง  กิจกรรมต่างๆ  ที่บุคคลหลายคนร่วมกันดำเนินการ  เพื่อพัฒนาสังคมในทุกๆด้าน และการบริหารการศึกษา หมายถึงกิจกรรมต่างๆที่บุคคลหลายคนร่วมกันดำเนินการ เพื่อพัฒนาสมาชิกของสังคมในทุกๆด้าน
บทที่  2
วิวัฒนาการของการบริหารยุคต่างๆและการประยุกต์ใช้ในการบริหารการศึกษา
วิวัฒนาการด้านรัฐกิจ  การบริหารรัฐกิจหรือรัฐประศาสนศาสตร์เป็นการศึกษาเกี่ยวกับการปกครองการบริหารงานของรัฐ หมายถึงการบริหารหรือจัดการหรือดำเนินการในด้านรายละเอียดอย่างมีแบบแผน            วิวัฒนาการด้านธุรกิจ การพัฒนาหลักการบริหารได้รับความสนใจมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปฏิวัติอุตสาหกรรม เมื่อศตวรรษที่19 ได้ทำให้เกิดความต้องการ วิธีการบริหารที่ทันสมัยมากยิ่งขึ้น ประกอบกับเทคโนโลยีทางอุตสาหกรรมได้เจริญอย่างรวดเร็ว  ระเบียบวินัยในการทำงานการบริหารด้านธุรกิจมีการวาง กฎเกณฑ์ ระเบียบปฏิบัติ ดังนั้นปรัชญาการบริหารธุรกิจ จึงมุ่งแสวงหากำไรมากกว่าอย่าง
การแบ่งยุคของนักทฤษฎีการบริหาร
-ยุคที่1 นักทฤษฎีการบริหารสมัยเดิม สำนักนี้มีอยู่ 2 สาย
     -สายการบริหารตามหลักวิทยาศาสตร์หรือการจัดการแบบวิทยาศาสตร์
    -สายทฤษฎีองค์การสมัยเดิม
-การประยุกต์ใช้หลักการบริหารเชิงวิทยาศาสตร์ในการบริหารการศึกษาการประยุกต์ใช้หลักการต่างๆดังนี้
-กระบวนการทางวิทยาศาสตร์
-วิธีการผลิตควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของวิทยาศาสตร์
-คุณสมบัติของผู้ผลิต ครู
-บุคลากรทางการศึกษามีมาตรฐานต่ำ ควรตระเตรียมตัวมาเป็นอย่างดีก่อนที่จะปฏิบัติงาน
ยุคที่2ยุค Human  Relation  Era  ทฤษฎีมนุษยสัมพันธ์
ความเป็นผู้นำไม่ควรจะมาจากอำนาจหน้าที่ที่เป็นทางการตามแนวคิดสมัยเดิม ผู้บริหาร คือผู้บริหารต้องมีความรู้ ความฉลาดและมีประสบการณ์เพื่อมาเป็นผู้นำหรือหัวหน้ากลุ่ม
ยุคที่ 3 ยุคการใช้ทฤษฎีทางการบริหาร
ยุคนี้เริ่มการมองการบริหารเป็นเรื่องการจัดองค์การที่เป็นทางการจึงใช้ทฤษฎีองค์การและยึดตามแนวมนุษยสัมพันธ์ให้ความสำคัญกับตัวบุคคล  ยุคนี้การบริหารในเชิงวิทยาศาสตร์และเชิงมนุษยสัมพันธ์ยังไม่ครอบคลุมถึงปัจจัยและพฤติรรมโดยส่วนรวมของหน่วยงานทุกด้าน
บทที่ 3 งานบริหารการศึกษา
การบริหาร คือ จะต้องมีใครสักคนเข้ามาดำเนินการจัดการกิจกรรมทางการศึกษาเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ การบริหารการศึกษานั้นไม่ได้แตกต่างจากการบริหารทั่วๆไป กล่าวคือ สามารถนำหลักการของการบริหารทั่วไปมาใช้กับการบริหารทั่วไปมาใช้กับการบริหารการศึกษาได้
คุณลักษณะและผลเสียของการบริหารดังกล่าวสามารถมองเห็นได้ง่าย  เพราะจะมีลักษณะเผด็จการเข้มงวดและมีการลงโทษหากผู้ใดฝ่าฝืนและลงโทษตามกฎหมายกำหนดและมีเครือข่ายทางการศึกษาดังนี้
1.การผลิต  หมายถึง  กิจกรรมพิเศษหรืองานที่ทางองค์การได้จัดตั้งขึ้น  ในทางการศึกษา
2.การประกันถึงการใช้ผลผลิตจากประชาชน  หมายถึง  กิจกรรมและผลผลิตของการดำเนินงาน

3.การเงินและการบัญชี  หมายถึง  การรับและการจ่ายเงินในการลงทุนในกิจกรรมขององค์การ

4.บุคลากร  คือ  การกำหนดรอบและการดำเนินการของนโยบาย

5.การประสานงาน  คือ  เป็นกิจกรรมที่สำคัญของการบริหารการศึกษา
บทที่4 กระบวนการทางการบริหารการศึกษา
การบริหารการศึกษา เป็นหน้าที่อย่างหนึ่งของรัฐบาลในการบริหารประเทศ  การบริหารการศึกษาซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของรัฐประศาสนศาสตร์
            ปรัชญาการศึกษา  ในการบริหารการศึกษานั้นมีผู้บริหาร นอกจากจะต้องทราบหลักการบริหาร ระเบียบปฏิบัติ แผนการศึกษาชาติ ประเพณีในการบริหารที่ปฏิบัติต่อๆกันมา บริหารศึกษาควรสนใจและนำไปเป็นหลักในการจัดการศึกษาในโรงเรียนมี 2 เรื่อง คือ
1.การจัดระบบสังคม
2.เป้าหมายและวัตถุประสงค์ของการศึกษา
หลักการจัดระบบการศึกษาไม่ว่าระดับชาติ ระดับท้องถิ่น ระดับโรงเรียน มีหลัก 10 ประการ
1.ครูจะต้องรู้จักเด็กที่ตนสอนทุกคน
2.โรงเรียนจะต้องใช้ความเสมอภาค
3.การจัดโรงเรียนต้องให้เหมาะสมกับปรัชญา วัตถุประสงค์ เป้าหมายของการศึกษา
4.โรงเรียนจะต้องตระหนักถึงสภาพแวดล้อมในโรงเรียน
5.การจัดกิจกรรมในโรงเรียนต้องส่งเสริมและสอดคล้องกับหลักการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย
6.การจัดการเรียนการสอนต้องเน้นการผสมผสานวิชาเข้าด้วยกันมุ่งให้เด็กนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันมากกว่าเรียนเพื่อสอบให้ผ่าน
7..ครูจะต้องระลึกเสมอว่า ครูมีหน้าที่ส่งเสริมช่วยเหลือให้เด็กพัฒนาตนเองตามอัตภาพของเด็ก
8.การจัดองค์การบริหารในโรงเรียน
9.การจัดเด็กเข้าชั้นเรียน เข้ากลุ่ม ต้องเคารพในความทัดเทียม ความเสมอภาค
10.โรงเรียนจะต้องเปิดโอกาสให้ครู-อาจารย์ ได้ใช้ความรู้ ความสามารถอย่างเต็มที่ในฐานะเป็นนักวิชาการ ซึ่งที่ได้กล่าวมานี้ เป็นความคิดรวบยอดและเป็นการจัดระบบการศึกษาให้เป็นไปตามกระบวนหารศึกษาของโรงเรียน
บทที่5 องค์การและการจัดองค์การ
ความหมายขององค์กร หมายถึง ส่วนประกอบที่เกิดจากระบบย่อยหลายระบบที่มีปฏิสัมพันธ์ เราสามารถจำแนกองค์การที่อยู่รอบตัวเราออกเป็น  ลักษณะใหญ่ๆคือ
1.องค์การทางสังคม
2.องค์การทางราชการ
3.องค์การเอกชน
แนวคิดในการจัดองค์การ
1.  แนวคิดในการจัดองค์การมาจากพื้นฐานการดำเนินงานขององค์การที่ภารกิจมาก
2.  แนวคิดในการจัดองค์การยังต้องคำนึงถึง  ผู้ปฏิบัติงาน
3.  แนวในการจัดการองค์การ  จะต้องกล่าวผู้บริหารควบคู่กันไป
 ความสำคัญของการจัดองค์การ  องค์การเป็นที่รวมของคนและเป็นที่รวมของงานต่างๆ  เพื่อให้พนักงานขององค์การ  ปฏิบัติงานได้อย่างเต็มที่และเต็มความสามารถ
องค์ประกอบในการจัดองค์การ
                1.  หน้าที่การงานเป็นภารกิจ
                2.  การแบ่งงานกันทำ
                3.  การรวมและการกระจายอำนาจในการจัดการองค์การ
ประเภทขององค์การรูปนัย   แบ่งออก  4  ประเภท
             1.  สมาคมเพื่อประโยชน์ของสมาชิก                    
 2.  องค์การทางธุรกิจ
             3.  องค์การเพื่อบริการ                           
 4.  องค์การเพื่อสาธารณชน
ทฤษฎีองค์การ  คือ ความรู้ที่ได้จากทฤษฎีขององค์การอันด้มาจากสังคมวิทยา  รัฐศาสตร์  และบางส่วนของจิตวิทยาสังคมกับเศรษฐศาสตร์                 
ระบบราชการและองค์การทางการศึกษา ให้ความหมาย ระบบราชการ  หมายถึง  ระบบการบริหารที่มีลักษณรวมอำนาจไว้ที่ศูนย์กลางอย่างมาก  มีความอิสระในการปฎิบัติงานและเป็นกึ่งทหาร

บทที่ 6 การติดต่อสื่อสาร
การติดต่อสื่อสารเป็นองค์ประกอบหนึ่งในกระบวนการบริหารที่ดี มีความหมายว่ากระบวนการติดต่อเกี่ยวข้องและประสานงานกันระหว่างบุคคล โดยอาศัยวิธีการถ่ายทอด และการรับข้อมูลเพื่อเป้าหมายที่ตั้งไว้   ปัจจัยในการติดต่อสื่อสารมี 3 ตัว คือ สื่อช่องทางที่สื่อผ่านและกระบวนการ รูปแบบของการติดต่อสื่อสาร การจัดเตรียม การสังเกตการณ์ของกระบวนการ การจำแนกปัจจัยผันแปร  ชึ่งสิ่งเหล่านี้จะกำหนดทิศทาง ช่วยให้ผู้บริหารจับประเด็นปัญหาของการติดต่อสื่อสาร และช่วยป้องกันความยุ่งยากที่อาจเกิดขึ้นก่อนล่วงหน้า
บทที่ 7 ภาวะผู้นำ
ภาวะผู้นำ หมายถึงการเป็นผู้นำที่ใช้อิทธิพลในการดำเนินงาน ในความสัมพันธ์ต่อผู้ใต้บังคับบัญชาในสถานการณ์ต่างๆเพื่อปฏิบัติการและอำนวยการ โดยใช้กระบวนการติดต่อชึ่งกันและกัน หน้าที่ผู้นำเกี่ยวข้องกับ การอำนวย การจูงใจ การริเริ่ม กำหนดนโยบาย วินิจฉัยสั่งการ องค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับภาวะผู้นำ มีผู้นำ ผู้ตาม สถานการณ์ ผู้นำกับผู้บริหารจะแตกต่างกันคือผู้นำก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในองค์กร ส่วนผู้บริหารเป็นผู้รักษาความมั่นคงในหน่วยงาน
บทที่8การประสานงาน
การประสานงาน คือการจัดระเบียบวิธีการทำงาน เพื่อให้งานและเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่งๆร่มมือปฎิบัติงานเป็นน้ำหนึ่งเดี่ยวกัน เพื่อให้งานดำเนินไปอย่างราบรื่นสอดคล้องกับวัตถุประสงค์และนโยบาย ความมุ่งหมายในการประสานช่วยให้คุณภาพและผลงานเป็นไปตามวัตถุประสงค์ เพื่อจัดความซ้ำซ้อนกันของการทำงานโดยไม่จำเป็น และเพื่อลดปัญหาความขัดแย้งกันระหว่างเจ้าหน้าที่ปฎิบัติงาน
บทที่9การตัดสินใจสั่งการหรือการวินิจฉัยสั่งการ
การตัดสินใจคือการชั่งใจไตร่ตรองหาเหตุผลเพื่อให้การดำเนงานไปสู่เป้าหมายที่กำหนดไว้ ส่วนการวินิจฉัยสั่งการคือการสั่งงานหรือการพิจารณาตกลงชี้ขาดจากทางเลือกที่มีอยู่มากกว่าหนึ่งทางขึ้นไป หลักการในการตัดสินใจหรือวินิจฉัยสั่งการ บางครั้งตัดสินใจถูกแต่การสั่งงานผิดพลาดอาจทำให้เกิดผลเสียหายแก่งาน  ลักษณะการวินิจฉัยสั่งการของผู้บริหารที่ดี จะต้องประกอบด้วยหลักเกณฑ์ดังนี้ ระยะเวลาที่เหมาะสม ความแน่นอน ความรู้ความสามารถของผู้บริหาร ประสบการณ์ในการทำงาน ทัศนคติ บุคลิกภาพที่มีอิทธิพล ความลำเอียงส่วนบุคคล ความโดดเดี่ยว ประสบการณ์ การรู้โดยความรู้สึก และการแสวงหาคำแนะนำ
บทที่ 10 ภารกิจของผู้บิหารโรงเรียน
ผู้บริหารโรงเรียน ถือว่าเป็นบุคคลสำคัญที่ได้รับการแต่งตั้งหรือมอบหมายงานให้มีอำนาจหน้าที่ในการจัดการศึกษาหรืออำนวยการต่างๆ  จะมีหลายด้าน ดังนี้  
 1.การบริหารงานวิชาการ จะเป็นหัวใจของการบริหารในโรงเรียน ลักษณะและความสำคัญของงานวิชาการ จึงถือว่างาวางแผน 
2.การบริหารบุคคล คือการจัดงานเกี่ยวกับคนให้เกิดประโยชน์สูงสุด ส่งเสริมให้กำลังใจผู้ปฎิบัติให้ทำงานอย่างมีปะสิทธิภาพนวิชาการท้าทายผู้บริหารการศึกษา
3.การบริการธุรการในโรงเรียน คืองานธุรการเป็นเรื่องของการให้บริการแก่หน่วยงานต่างๆของโรงเรียนหรอสถาบันการศึกษา ส่งผลให้การเรียนการสอนเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด
4.การบริหารงานนักเรียน เป็นการบริการงานเกี่ยวกับนักเรียนในส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอนในห้องเรียน หลักในการจัดกิจกรรม ต้องให้นักเรียนมีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมอย่างเสมอภาค ต้องอยู่ในความรับผิดชอบของสถานศึกษา ต้องปลูกฝัง
5.การบริหารอาคารสถานที่และบริการด้านอื่นๆ คือการรู้จักจัดหา รู้จักใช้อาคารให้เกิดประโยชน์สูงสุดและให้คงสภาพดีสนองความต้องการได้อย่างเพียงพอ

           

วันจันทร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2555

กิจกรรมที่ 2


ทฤษฎีการบริหารการศึษา
มาสโลว์ เป็นเจ้าของทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการ 5 ลำดับ
มาสโลว์เป็นผู้วางรากฐานจิตวิทยามนุษยนิยม เขาได้พัฒนาทฤษฎีแรงจูงใจ ซึ่งมีอิทธิพลต่อระบบการศึกษาของอเมริกันเป็นอันมาก ทฤษฎีของเขามีพื้นฐานอยู่บนความคิดที่ว่า การตอบสนองแรงขับเป็นหลักการเพียงอันเดียวที่มีความสำคัญที่สุดซึ่งอยู่ เบื้องหลังพฤติกรรมของมนุษย์ เขามีความเชื่อว่า มนุษย์มีแนวโน้มที่จะมีความต้องการอันใหม่ที่สูงขึ้น
Douglas Mc Gregor : ทฤษฎี X และทฤษฎี Y
ทฤษฎี X(Theory X) เป็นปรัชญาการบริการจัดการแบบดั้งเดิม โดยมองว่าพนักงานเกียจคร้าน ไม่กระตือรือร้น ไม่ชอบงานและพยายามหลีกเลี่ยงงาน
ทฤษฎี Y(Theory Y) เป็น ปรัชญาการบริการจัดการ โดยมองว่าพนักงานมีความรับผิดชอบ มีความคิดริเริ่มในการแก้ปัญหาในการทำงานและไม่มีความเบื่อหน่ายในการทำงาน
แมคเกรเกอร์ ได้เรียกร้องให้ผู้บริหารเปลี่ยนแปลงมุมมองมนุษย์จากมุมมองตามทฤษฎี X ไปเป็นมุมมองตามทฤษฎี Y
 William Ouchi : ทฤษฎี Z
ทฤษฎีนี้เป็นทฤษฎีลูกผสมระหว่างญี่ปุ่นกับอเมริกัน ลองศึกษาแนวคิด เผื่อบางทีจะได้ปิ๊งไอเดีย เกิดเป็นทฤษฎีพันธ์ผสมใหม่ขึ้นมาอีกก็ได้ ทฤษฎี Z บาง ตำราอาจจะเรียกว่ากลุ่มทฤษฎีร่วมสมัย การที่จะทำความเข้าใจทฤษฎี Z ได้นั้น ต้องทำความเข้าใจของทฤษฎี A และทฤษฎี J ก่อน
ทฤษฎี A คือ Amarican Theory เป็น ทฤษฎีว่าด้วยการบริหารจัดการร่วมสมัยตามแบบของอเมริกา ซึ่งให้หลักการว่า การบริหารจัดการแบบนี้ ต้องอาศัยการจัดการจากพื้นฐานของบุคคล ของผู้บริหารที่เกิดขึ้นในอดีต ซึ่งในทฤษฎีนี้มีหลักสำคัญ 3 ประการ คือ
1.) Individualism คือ การที่สังคมอเมริกันเป็นสังคมแบบ ปัจเจกบุคคล ซึ่งจะมีความรับผิดชอบต่อตัวเองมาแต่อดีต และเมื่อคนต่างชาติโดยเฉพาะคนตะวันออกเข้าไปอาศัยในอเมริกันก็จะสังเกตว่า คนอเมริกันเป็นคนโดดเดี่ยว ไม่สุงสิงกับใคร สังคมแบบ Individualism
2.) Short Term Employment คือ การจ้างงานในระยะสั้น คนอเมริกันมักไม่มีความผูกพันในครอบครัว ในที่ทำงาน พร้อมเสมอที่ออกจากงาน
3.) Individual Decision Making สูง มีความมั่นใจในการตัดสินใจ กล้าตัดสินใจ ทำให้ผู้บริหารไม่ต้องไปดูแลอย่างใกล้ชิด ผลเสียคือ ขาดการทำงานเป็นทีม

ทฤษฎี J คือ การบริหารจัดการแบบญี่ปุ่น ซึ่งมีลักษณะที่เรียกว่า 1.) การจ้างงานตลอดชีวิต หรือ Lifetime Employment มี การเลื่อนตำแหน่ง มีความผูกพันกัน เพราะฉะนั้นการเลี้ยงคนแบบญี่ปุ่นจะส่งเสริมให้มีการฝึกงานอย่างค่อยเป็น ค่อยไป แต่ผลเสียคือ ต้องเลี้ยงคนที่มีประสิทธิภาพการทำงานต่ำไว้ในหน่วยงานจนตลอดชีวิตด้วยเช่น
วิลเลี่ยม โอชิ มองเห็นข้อดีและข้อเสียของ 2 ทฤษฎีตัวอย่าง แล้วนำข้อดีข้อเสียนั้นมาวิเคราะห์สร้างเป็นทฤษฎีร่วมสมัย ที่เรียกว่า Blend Together หรือการนำมาผสมผสานให้เป็นหนึ่งเดียวกัน เรียกว่า ทฤษฎี Z
Henry Fayol : บิดาทฤษฎีการบริหารจัดการสมัยใหม่
เป็นบิดาของทฤษฎีการจัดการการปฏิบัติการ(Operational management theory)
ซึ่งประกอบด้วยกิจกรรม 5 อย่างคือ
1. การวางแผน
2. การจัดองค์การ
3. การบังคับบัญชา หรือการสั่งการ
4. การประสานงาน
5. การควบคุม

อังริ ฟาโยล (Henri Fayol) เป็นนักอุตสาหกรรม ชาวฝรั่งเศส มีประสบการณ์ด้านการบริหารองค์การของรัฐขนาดใหญ่ ได้นำเสนอหลักการทีเขาเรียกว่า หลักการจัดการ 14 ประการ
Max Weber : ทฤษฎีการจัดการตามระบบราชการ (Bureaucratic Management)
แมกซ์ เวเบอร์ (Max Weber) bureaucracy เขา เห็นว่าเป็นลักษณะองค์การที่เป็นอุดมคติที่องค์การทั้งหลายควรจะเป็น หากได้รับการพัฒนาในระดับที่เหมาะสม โดยสรุปแล้วแนวคิดการจัดองค์กรของเว็บเบอร์มี 6 ประการมีดังนี้ คือ
1. องค์การ ต้องมีการจัดแบ่งงานออกเป็นส่วนๆ เพื่อให้แต่ละส่วนงาน

 2. องค์การนั้นต้องมีสายบังคับบัญชาตามลำดับชั้น
3. ระบบการคัดเลือกคนนั้นต้องกระทำอย่างเป็นทางการ
4. องค์การต้องมีระเบียบ และกฏเกณฑ์  
5. ความไม่เลือกที่รักมักที่ชัง
6. การแยกระบบการทำงานออกเป็นสายอาชีพ
Luther Gulick เป็นผู้คิดรูปแบบการบริหารจัดการโดยมีกิจกรรม 7 ประการมาใช้ในการบริหารจัดการ ในวงการบริหารจะรู้จักกิจกรรมทั้ง 7 ประการนี้
P คือการวางแผน, O คือการจัดองค์การ,  D คือการสั่งการ , S คือการบรรจุ ,CO คือการประสานงาน,
R คือการ
B Frederick Herzberg : ทฤษฎี 2 ปัจจัย (Two Factors Theory)
เฮิร์ซเบอร์กได้ศึกษาเรื่องเกี่ยวกับแรงจูงใจของคน เขาประกอบด้วย 2 ปัจจัย คือปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายใน

Frederick W. Taylor : ทฤษฏีการจัดการตามหลักวิทยาศาสตร์
เทย์เลอร์ ได้ชื่อว่าเป็นบิดาแห่งการจัดการตามหลักวิทยาศาสตร์ ปรัชญาการบริหารของเทย์เลอร์ได้แก่
1.ทำการศึกษางานแต่ละส่วนด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์และพัฒนาวิธีการที่ดีที่สุดสำหรับการทำงานแต่ละอย่าง2.ใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์ในการคัดเลือกและการฝึกอบรมพนักงานและมอบหมายความรับผิดชอบให้ทำงานที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละคน3. มีการประสานงานกันอย่างใกล้ชิดระหว่างผู้บริหารและพนักงาน4. แบ่งงานและความรับผิดชอบในงานเป็นส่วนต่าง ๆ
เทย์เลอร์ได้พัฒนาวิธีการจ่ายค่าจ้างต่อหน่วยแบบสองระดับ(Different rate system)

Henry L. Gantt : ผู้พัฒนาการอธิบายแผนโดยใช้กราฟ (Gantt Chart)
คุณ Gantt เป็นผู้ที่มีชื่อเสียงที่สุดในด้านที่นำเอากราฟ "Gantt Chart" มา เป็นสื่อในการอธิบายแผน การวางแผน การจัดการ และการควบคุมองค์กรที่มีความสลับซับซ้อน เพื่อให้ผู้รับฟังเกิดมิติในการรับรู้มากยิ่งขึ้น นอกจากนั้นแล้วเขายังได้คิดวิธีจ่ายค่าตอบแทนในการทำงานแบบใหม่ โดยใช้วิธีให้สิ่งจูงใจ
Frank B. & Lillian M. Gilbreths : Time – and – Motion Studies
แนวคิดของ Gilbreth เน้นการกำจัดความสิ้นเปลือง และความไม่มีประสิทธิภาพในการทำงาน โดยการหาวิธีการทำงานที่ดีที่สุดอย่างหนึ่ง (the o­ne best way to do work) การศึกษาที่สำคัญคือลักษณะการเคลื่อนไหวของร่างกายในการทำงาน (Motion Study)ผังกระบวนการทำงาน (Work Flow Process Chart)











วันพุธที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2555

  กิจกรรมที่1
ความหมายของคำว่า การบริหาร  การศึกษา  การบริหารการศึกษา 
    ศึกษาหลักการบริหารเบื้องต้น
    ให้นักศึกษาสรุป คำสำคัญ (Keyword) จากการศึกษาเอกสารความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการบริหาร
1.การบริหาร คือ การดำเนินงานของกลุ่มบุคคลเพื่อให้บรรลุตามจุดประสงค์ที่วางไว้ จนเป็นผลสำเร็จตามจุดหมาย

2.การศึกษา คือ การงอกงามหรือจัดประสบการณ์ให้เหมาะสมแก่ผู้เรียน มีคุณภาพทั้งความรู้ ความคิด ความสามารถและเป็นคนดี

3.การบริหารการศึกษา คือ บุคคลหลายคนร่วมมือกันดำเนินการเพื่อพัฒนาสมาชิกให้มีบุคลิกภาพ  ทั้งความรู้ ความคิด ความสามารถและเป็นคนดี

วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ประวัติส่วนตัว


ประวัติส่วนตัว

ชื่อ      :อภิรดี  จันชุม
ชื่อเล่น  :บูเก้
เกิดวัน  :อาทิตย์  ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ.2534
ที่อยู่    :9/3  ม.ต.กรุงชิง อ.นบพิตำ  
จ.นครศรีธรรมราช รหัสไปรษณีย์ 80160
เชื้อชาติ : ไทย
สัญชาติ : ไทย
ศาสนา  : พุทธ
จบจาก  : โรงเรียนพรหมคีรีพิทยาคม
สีที่ชอบ  : สีฟ้า
สัตว์เลี้ยงที่ชอบ  :สุนัข
เบอร์โทรศัพท์:0862779767
E-mail  :buka.zaza@hotmail.com
คติ :จงอย่าท้อถอยในอุปสรรคที่ขวางหน้า
G-mail  : 5311103041.apiradee@gmail.com
Facebook : buka.zaza@hotmail.com
ประวัติการศึกษา
จบชั้นอนุบาล         :โรงเรียนวัดท่าสูง
จบชั้นประถมศึกษา  :โรงเรียนท่าศาลา
จบชั้นมัธยมศึกษา   :โรงเรียนพรมคีรีพิทยาคม
ปัจจุบันกำลังศึกษา :มหาวิทยาลัยราชภัฎนครศรีธรรมราช คณะครุศาสตร์ หลักสูตรคณิตศาสตร์